วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2558

You not lost in Penang. (?)

You not lost in Penang because Penang is small.
- Mr. Azril Ali

            วาทะนี้ถือว่าเด็ดดวงมากสำหรับต่างด้าวทั้งสิบคนในเกาะเล็กๆ(?)อย่างปีนัง ก่อนอื่นเลยต้องบอกว่าที่มาปีนังได้นี่เพราะได้ทุนจากทางมหาลัยมาเรียนภาษาอังกฤษที่ Universiti Sains Malaysia แต่คิดไปคิดว่า สรุปคือมาเรียนอังกฤษหรือมาลายูกันแน่ เพราะรู้สึกมาได้อาทิตย์เดียวจะได้ศัพท์มาลายูมาเป็นสิบๆคำ แต่ถึงอย่างนั้นก็ได้พูดอังกฤษเยอะขึ้นนะ ถือว่าได้อยู่ เยสโนโอเคแทงกิ้วเฮลโหลลลล yeah!

            สำหรับอาทิตย์แรกที่มาเรียน แน่นอนว่าต้องมี Pre-Test คะแนนนี่ไม่รู้หรอก แต่ที่รู้ๆคือน้องเขียนเอสเสบ่ทันเด้อ สามสิบนาทีลบแล้วเขียนใหม่สองรอบ เขียนทันได้ก็อัจฉริยะข้ามเวลาแล้ว ฮ่าๆ แต่น้องก็บ่วอรี่อะไรค่ะ เพราะนี่คือพรีเทส ไว้โพสเทสเราจะพยายามอย่างสุดความสามารถเลย คอยดูๆ สำหรับเรื่องเรียนอาทิตย์แรกนี่เบสิคอิงลิชมากๆ พลิกดูหนังสือ อืมหืมมม...เลเวลหนึ่ง รู้สึกถึงการย้อนกลับไปเรียนมัธยมใหม่ แต่อย่าถามเรื่องแกรมม่าค่ะ ยังฉลาดน้อยเหมือนเดิม แต่พอเข้าอาทิตย์ที่สองเท่านั้นล่ะ บร่ะ! วันแรกก็ถึงกับพรีเซ้นท์เลยทีเดียว โอเอ็มจี.น้องไม่ทันได้เตรียมตัว ถึงกับแอมฟอเก้ท!หน้าห้องเลยทีเดียว ฮ่าๆ ถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ก็แล้วกัน J

            เรื่องเรียนนี่เอาไว้ก่อน ขอมาเล่าถึงเรื่องเที่ยวบ้างดีกว่า สถานที่แรกที่ได้ออกไปเบิ่งลูกตาก็คือ Queensbay Mall เอาจริงๆก็เหมือนห้างทั่วๆไปอย่างเซ็นทรัลบ้านเรานั่นล่ะแต่อาจจะกว้างกว่า มีแบนด์ดังๆเยอะกว่าก็เท่านั้น ถามว่าราคาเป็นยังไง นี่ก็คงตอบได้ว่าบางอย่างก็ถูกกว่า บางอย่างก็แพงกว่า แต่ที่แน่ๆH&Mกลับไปซื้อที่ไทยเถอะ (ยกเว้นรองเท้านะ ถูกกว่าร้อยหนึ่งเลยทีเดียว) นอกจากนี้แล้ว สเปเชี่ยลสุดๆก็คงต้องเป็นอาหารค่ะ ที่นี่มีอาหารอินเดียเยอะมาก ซึ่งไม่ถูกปากนี่ซักกะอย่าง วันๆกินได้ก็คงเป็นข้าวผัดไก่นี่ล่ะ ข้าวราดแกงแบบบ้านเราก็มีนะ แต่ที่นี่พิเศษตรงที่ว่าให้ตักเอง กินเยอะก็ราคาแพง กินน้อยก็ราคาถูกลงมาหน่อย แต่บางวันนี่ราคาก็คงขึ้นอยู่กับอารมณ์คนขายด้วยล่ะมั้ง เดี๋ยวเยอะถูก น้อยแพงบ้างก็มี ตามไม่ทันเหมือนกัน เอิ๊กกกกก...

            นอกจากนี้ต้องบอกว่าห้างที่ปีนังคล้ายๆกันหมดจริงๆ ถ้าให้เทียบกันคงบอกได้ว่า Queensbay, Gurney Paragon, Gurney Plaza ห้างพวกนี้จะอยู่ในระดับที่ว่าผู้มีกะตังก็จะเข้าไปเดินช๊อปชิวๆ เสมือนไฮโซบ้านเราที่เดินพาราก้อน เซ็นเวิร์ด อิมโพเรี่ยมอะไรประมาณนี้ ถ้าห้างระดับกลางๆลงมาหน่อยก็คงเป็น Pragin Mall ห้างนี้ตั้งอยู่ตรง Komtar ซึ่งข้างล่างจะเป็นสถานีรถ รถทุกสายจะมาอยู่รวมกันตรงนี้ ใครจะขึ้นรถสายไหนก็มาเปลี่ยนตรงนี้ได้ ส่วนตัวห้างนั้นมีของแบรนด์เหมือนกัน แต่จะเป็นแบรนด์ระดับกลางๆอย่าง H&M Forever21 บลาๆๆ แต่ถ้าถามถึงห้างแบบซุปเปอร์มาเก็ตที่นี่ก็มีเหมือนกัน ที่นี่มี TESCO แต่ไม่โลตัส เป็นเทสโก้เฉยๆ ของคล้ายๆบ้านเราค่ะ ไม่มีอะไรพิเศษ ถ้ามีพิเศษก็คงราคาค่ะ แพงกว่าบ้านเราเป็นโขเลย55555555555555

ห้างนี่ไม่ค่อยสันทัตเท่าไหร่ กลับกรุงเทพฯไปเราก็เดินได้ ราคาก็ใกล้เคียงกัน เลยช่างมันเถอะ ไม่ใช่ขาช๊อปด้วยไงประเด็น เอิ๊กๆ แต่นี่ปลื้มที่เที่ยวสุดๆก็คงหนีไม่พ้น Street Art ย่าน George Town ค่ะ ชอบมากๆ เป็นเมืองเก่าที่ให้อารมณ์อาร์ตมาก ไม่ต้องตกแต่งเพิ่มเติมหรือเสริมมันลงไป มันพอดีกับความเก่าที่ไม่ต้องพยายามจะเก่า เพราะมันเก่าในแบบของมันเอง มันไม่ใช่อารมรณ์ที่มาขุดสระน้ำ แล้วบอกว่านี่คือตลาดน้ำ แต่ที่นี่คือเมืองเก่าที่เก่าจริงๆ ถามว่าชอบไหม ตอบเลยว่าชอบมาก แต่เสียดายจริงๆตรงที่ว่าได้เดินแค่ซอยเดียว แต่คิดไว้ว่าต้องมาอีกให้ได้ เพราะอยากเดินให้มากกว่านี้ อยากถ่ายรูปให้มากกว่านี้ ชอบเมืองนี้ๆจริงๆ ชอบมากๆ J นอกจากไปเดิน Street Art แล้วยังได้เดินไปที่ Chew Jetty แบบบังเอิญด้วย เนื่องจากข้ามถนนตามคนอื่นเขาไปเลยเดินไปเจอแบบบังเอิญ ที่นี่ไม่ค่อยมีอะไรค่ะ แต่โลเคชั่นสวย มีทะเล มีท่าเรือ อารมณ์เหมือนเดินตลาดน้ำเล็กๆในบ้านเรา มีคนพูดไทยได้เยอะเลย ส่วนมากเป็นคนจีนค่ะ ซึ่งผู้ชายจีนที่นี่ก็หน้าตาดีซะด้วย ยอมใจเลยจริงๆ55555555555555




            พอเข้าอาทิตย์ที่สอง ได้ไปที่หาดบาตูเฟอร์ริงกิ (Batu Ferrigi) ซึ่งอยู่ทางเหนือของเกาะปีนัง ถามถึงเรื่องความน่าเล่นน้ำนี่คงตอบได้ว่าทะเลไทยทางใต้สวยกว่า น่าเล่นกว่า ที่นี่เฉยๆกับทะเลมาก ไม่ได้น่าเล่นอย่างที่วาดฝันเอาไว้เลย แต่ถามเรื่องโลเคชั่นความสวยงามก็ให้คะแนนเยอะอยู่นะ ด้วยความที่เป็นเกาะด้วยล่ะมั้งเลยยังมีเสน่ห์ให้น่าไปเที่ยว แต่เรื่องแปลกมากๆสำหรับเกาะนี้ก็คือ ทั้งๆที่อยู่ใกล้ทะเล แต่อาหารทะเลนี่แพงมาก แพงกว่าเนื้อสัตว์อื่นๆเลย น่าตกใจและประหลาดใจมากเลยทีเดียว (= =;)


สำหรับการมาที่นี่สิ่งที่จดจำได้ไม่มีวันลืม คงจะต้องอ้างอิงไปถึงประโยคแรกที่ขึ้นไว้ในตอนต้นของเอ็นทรี่นี้คือ You not lost in Penang because Penang is small.”  ปีนังมันเล็กคุณไม่หลงในปีนังอย่างแน่นอน แต่คงต้องลบล้างวาทกรรมนี้แล้วล่ะค่ะ เพราะเกรี่ยงทั้งสิบได้หลงเป็นที่เรียบร้อย หลงแบบสองวันติด 

จะไปต่อรถที่คอมต้าแต่ดันไปโผล่ที่บาตูเฟอร์ริงกิ Hey! Are you crazy! แม่งบ้าไปแล้ว! แต่ก็นะ ถือเป็นเรื่องราวดีๆ(หร๊า...)อีกหนึ่งเรื่องล่ะกัน5555555555555555 ถึงอย่างนั้นเรื่องทุกเรื่องมันมักจะเป็นบทเรียนคอยสอนเราเสมอนั่นล่ะ อย่างน้อยมันก็ยังทำให้เรารู้ว่า

If you lost in Penang, you still in Penang. 
นะจร๊ะ เพราะปีนังเป็นเกาะค่ะ ถ้านั่งรถเมล์ออกนอกปีนังไปก็อะเมซิ่งมาเลเซียแล้วเว้ยเห้ย! (=v=)

ตอนนี้เหลือเวลาอีกสองอาทิตย์ที่ต้องอยู่ปีนังค่ะ หลังจากนี้ก็คงต้องกลับไทยแล้ว จริงๆก็ไม่อยากกลับเลยนะ เพราะงานที่มอล้วนๆเลยทำให้ไม่อยากกลับ อีกอย่างรู้สึกอยู่ที่นี่ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง ได้เปิดโลกกว้างมากขึ้น เรารู้เลยว่าอยู่ที่นี่เรากลายเป็นคนที่แทบไม่รู้อะไรเลย มีสิ่งที่ให้เรียนรู้อีกมาก ดังนั้นแล้วอย่าทะนงตัวกันเลยว่าตัวเองเก่ง อยู่ในมหาลัยคุณอาจจะเป็นนางพญา แต่ออกมาจากที่นั่นคุณอาจจะกลายเป็นแค่มดตัวเล็กๆก็เป็นไปได้ โลกนี้มีอะไรให้เรียนรู้อีกเยอะ พยายามเปิดหูรับฟัง เปิดตารับดู อย่าเพิ่งเชื่อในสิ่งที่เห็น อย่าเพิ่งหลงงมงายในสิ่งที่อ่าน ลองค้นหาความจริง แล้วเราจะรับรู้อะไรที่มันมากกว่าสิ่งที่เป็นsurfaceแน่นอนค่ะ J

แต่ถามว่าคิดถึงไทยไหม ก็คงตอบว่าคิดถึงนะ คิดถึงมะม๊า คิดถึงปะป๊า คิดถึงเจ๊ คิดถึงโมโจกับบุญมา คิดถึงมากสุดๆก็คงเป็นอาหาร กินอะไรก็ไม่อร่อยเท่าอาหารที่ไทยแล้วจริงๆ น้ำพริกปลาทูบ้านเราน่ะ อร่อยที่สุดแล้วจริงๆ J

แต่ยังไงก็อีกสองอาทิตย์เจอกันนะไทยแลนด์ <3


PS. เมื่อวานเราตกโพรงต้นไม้ที่ TESCO ล่ะ รู้สึกอายเพื่อนมาก อรั่ยยยย (TvT)